ไอเดียมินิมอล

คำว่าน้อย ไม่ใช่ว่าจะไม่ดี เช่นเดียวกับคำว่าการแต่งตัวสไตล์มินิมอลนั่นแหละ ที่ใช่ว่าแต่งน้อยชิ้นแล้วจะดูไม่เกิด สิ่งที่ยืนยันถึงคำกล่าวที่ว่า less is more คือบรรดาแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำ ล้วนพร้อมใจกันออกคอลเลคชั่นการแต่งตัวสไตล์มินิมอลกันว่าเล่น นอกจากนี้ แบรนด์เจนสุดา ของดาราสาวเจ้าฝีมืออย่าง เจนสุดา ปานโต ก็มีแบรนด์เสื้อผ้าสไตล์มินิมอลเช่นกัน หรือจะเป็นอีเว้นท์เปิดตัวการแต่งตัวสไตล์มินิมอลของเหล่าแฟชั่นนิสต้า เช่น less is glam เป็นต้น
, การแต่งตัวแบบมินิมอลนี้ ได้รับความนิยมในบ้านเราอย่างรวดเร็ว ทำไมน่ะหรือ .. เพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน และคนไทยเป็นคนง่ายๆ สบายๆ จึงแสดงออกด้านการแต่งตัวสไตล์นี้ได้อย่างลงตัว ไม่เคอะเขิน เห็นว่าคนไทยส่วนมากชอบแต่งตัว เน้นความสะดวกสบาย ไม่ต้องแต่งเยอะชิ้น ใส่แค่ชิ้นสองชิ้นก็ได้เรื่องแล้ว แพทท่งแพทเทิร์นและลูกเล่นเยอะๆ เราก็ไม่นิยม นั่นเพราะสภาพภูมิอากาศร้อนอบอ้าว
,ไอเดียง่ายๆ หากอยากจะแต่งแบบมินิมอล ยกตัวอย่างเช่น หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวล้วนสักตัว ทับด้วยยีนส์หรือกางเกงคานวา คู่กับรองเท้าผ้าใบซักคู่ แค่นี่เอง ง่าย เบาสบายตัว
,ตัวอย่างของการแต่งตัวสไตล์มินิมอลอีกนิดคือการจับคู่กระโปรงปักเลื่อมสักตัวกับเสื้อยืดเรียบๆ สำหรับเดินเล่นยามกลางวัน หรืออาจเป็นเดรสสวยกับอคลัทช์เก๋ๆ สักใบ จบ.. เน้นว่าจบ โดยอย่าใส่เครื่องประดับเพิ่มอีก
,แต่หากเน้นซื้อหามาสวมใส่ หากพูดถึงแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นสไตล์มินิมอลของไทยที่มีลูกเล่นมินิมอลที่ขึ้นแท่นฮิตติดลมบนแล้ว นั่นก็คือ แบรนด์เกรย์ฮาวน์ (Greyhound) ที่มีการออกแบบหรือดีไซน์อันเน้นความเรียบง่าย หากเป็นแบรนด์นอก เสื้อผ้าสไตล์มินิมอลที่มีในประเทศไทย คือ Muji และ Uniqlo ที่เริ่มมีชอปในบ้านเราแทบทุกหัวระแหง

เซเลบไสตล์ แต่งสบาย แต่งมาจากภายใน

หากเอ่ยถึงพิธีการสาวมากความสามารถอันดับต้นๆ ในบ้านเรา หลายคนจะนึกถึงคุณจูน สาวิตรี โรจนพฤกษ์ ซึ่งนอกจะสวมบทบาทพิธีกร ในลุคที่มีความแคล่วคล่อง ว่องไวแล้ว เธอยังเป็นดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ Hahaha : the happy girls ที่แสนจะตรงกับบุคลิกและคอนเซปต์ในการใช้ชีวิตของตัวเองอีกด้วย
,เธอเป็นแฟชั่นนิสต้าตัวยง จึงไม่แปลกใจว่าเธอมีรสนิยมในการแต่งตัวที่เป็นตัวของตัวเอง เห็นได้จากสไตล์การแต่งตัว เมื่อเป็นพิธีกรงานหรืออีเว้นท์ต่างๆ เธอจะใส่ด้วยความมั่นใจ และเป็นเสื้อผ้าที่ดึงบุคลิกที่โดดเด่นออกมาได้อย่างดี เธอจึงนับได้ว่าขึ้นทำเนียบเซเลบริตี้แฟชั่นนิสต้าผู้มีรสนิยมเป็นเลิศ

,สำหรับกลเม็ดเคล็ดลับของคุณจูนในการสวมเสื้อผ้าให้ดูหรูหรา สง่างามคือ นอกจากเสื้อผ้าแล้ว เธอยังมีบุคลิกภาพ ท่าทาง การเดินเหิน ท่วงท่ากริยามารยาทที่งดงามด้วย จึงเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้เสื้อผ้ายิ่งดูดีมากขึ้นไปอีก
,หากเป็นวันรีแลกซ์ก็อาจจะใส่เสื้อผ้าคุมโทนสีแบบสบายตา ด้วยสีขาว เช่น เชิ้ตแขนกุด หรือในวันที่อยากมีอารมณ์สาวหวาน อาจหยิบเสื้อผ้าสีอ่อนๆ แต่ไม่ใช่หวานจ๋า เช่น สีพีช หรือชมพูอมส้ม เพราะให้อารมณ์หวานสดใส แต่ไม่หวานจนเลี่ยน และอาจเติมเครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ มาดึงสายตา หรือเพิ่ม เช่น รองเท้า หมวก เป็นต้น
,นอกจากนี้ เสื้อผ้าโทนสีส้มนี้ ก็สามารถใส่ออกงานได้ แถมยังเจิดจรัสอีกด้วย เช่นชุดเดรสยาวสีส้มเข้ารูป และยิ่งหากใส่กับสต็อกกิ้งสีดำ บวกเข้ากับส้นสูงลายแรงๆ ก็เด่นกว่าใครๆ
ลองมาแต่งตัวออกแนวลึกลับกันบ้าง ด้วยเสื้อตัวในยาว ๆ สีม่วงอมชมพูแก่ ทรงหลวม
,นี่คือสไตล์ของเซเลบสาวเก่ง ที่ใครๆ ก็แต่งตามได้ไม่ยาก

เล่นของสูง

,โอต์กูตูร์ (Haute Couture) หรือของสูงตามความคิดของฉัน คือเสื้อผ้าที่จับต้องยาก กว่าจะผ่านการออกแบบ การคัดสรรวัตถุดิบ ออกมาเป็นไอเท็มสักไอเท็ม เพื่อให้เซเลบริตี หรือเหล่าคนดังได้ครอบครอง ล้วนผ่านกระบวนการมากมาย แต่เมื่อมันออกมาเป็นสินค้า รับรองว่าไม่ผิดหวัง ดังนั้น ฉันจึงอยากเล่นของสูงบ้าง
, Valentino Haute Couture กับความดังระดับตำนาน.. คอลเลคชั่นนี้ คือ คอลเลคชั่นแห่งสีสัน และความสดใส เหนือการคาดเดา วาเล็นติโน่คอลเล็คชั่นนี้ โฟกัสที่เสื้อผ้าสำหรับเพื่อตอนกลางวัน เพราะดรีไซเนอร์เห็นว่า “กูตูร์ไม่ใช่เสื้อผ้าที่จำกัดไว้ใช้ในงานเลี้ยงเท่านั้น” ดังนั้น เสื้อผ้ากลางวันของ Valentino Haute Couture จึงออกมาเป็นความเรียบง่าย บนความสวยสดงดงาม มาสเตอร์พีชคอลเลคชั่นนี้ เช่น กระโปรงและโค้ตจากผ้าถักแคชเมียร์ลงบนผ้าลูกไม้เล่นเลเยอร์ หรือชุดกระโปรงเลเซอร์คัตสีดำแขนยาว ประดับด้วยคริสตัล อีกทั้ง ชุดราตรีปักตกแต่งด้ายสีทองและไข่มุกกว่าสองพันเม็ด
, Christian Dior สูงและกว้างขวางด้วยสี่มุมมอง .. ดีไซเนอร์ของคอลเลคชั่นนี้ เป็นการถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าของผู้หญิง ในสี่ทวีป ได้แก่ เอเชีย แอฟริกา ยุโรป และอเมริกา ผสมผสานรวมกัน และแอพพลายให้ดูโมเดิร์นขึ้น มาสเตอร์พีซของดิออร์ คือ เสื้อโค้ตขนมิงก์สีแดง และยังมีอีกหลายชุด เช่น กระโปรงเข้ารูปแสนหวาน อันเป็นการนำเสนอคอลเล็กชั่นโอต์ กูตูร์ ด้วยการประดับ ตกแต่งด้วยกลีบดอกแมกโนเลีย ไฮเดรนเยีย และคอร์นฟลาวเวอร์

ละไมไปกับแบรนด์ Tory Burch

สำหรับคนทั่วๆ ไปอย่างเราๆ แบรนด์ Tory Burch อาจไม่เคยคุ้นหู ไม่ค่อยรู้จักนัก แต่สำหรับไฮโซทั่วฟ้าเมืองไทยให้การต้อนรับแบรนด์ Tory Burch กันอย่างเนืองแน่น ในวันเปิดตัวในประเทศไทย ซึ่งเซเลบริตี้คนดังบ้านเรา ที่แห่แหนไปซื้อสินค้าแบรนด์ Tory Burch เช่น สิริน-เลิศวรปรีชา ประพิณ รุจิรวงศ์ ยุวดี พิจารณ์จิตร จิตรดี พลูวรลักษณ์ สุวดี พึ่งบุญพระ สมบัษร ถิระสาโรช กฤตยา เลาหะพงศ์ชนะ เป็นต้น
,สำหรับแบรนด์ Tory Burch เป็นแบรนด์ดังจากมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มีตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ ต่างหู กระเป๋า ผ้าพันคอ รองเท้า ฯ
,และทุกๆ ช่วงท้ายปี ทุกแบรนด์ต่างออกไอเท็มส่งท้ายปี Tory Burch ก็เช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มสีสันให้กับสาวๆ รับลมหนาวในช่วงท้ายปี 2013 กับคอลเลกชันที่เน้นความโก้หรู ฝนไปด้วยความหวานโรแมนติก ในธีม Holiday’13 ได้แก่เสื้อผ้าโทนสีดำ และสีแชมเปญ มาพร้อมทั้งเครื่องประดับ กระเป๋า และรองเท้าที่ตกแต่งด้วยคริสตัลแวววาว รวมทั้งผ้าพันคอสีสด กระเป๋าสีเขียวได้ใจ ทั้งหมดทำให้ลุคที่ออกมาดูโดดเด่นเกินใคร ไม่ใช่หญิงจ๋าพับเพียบเรียบร้อย และเป็นหญิงที่มีความกระฉับกระเฉงและความทะมัดทะแมง ทิ้งไว้นกับความหวานในชุดเดียวกัน
,เสื้อผ้าธีม Holiday’13 ของTory Burch นี้ ใส่ได้ทั้งลุคกลางวัน และออกงานราตรียามค่ำคืน
,แม้จะเป็นแบรนด์น้องนุชสุดท้องในบ้านเรา แต่บรรดาไฮโซทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ คอนเฟร์มและต่างการันตีถึงคุณภาพและดีไซน์ของสินค้า ไม่ว่าจะ กระเป๋า เสื้อผ้า เครื่องประดับของแบรนด์ Tory Burch ว่าไฮเอนด์เน้นคุณภาพความสวยงาม

มาแต่งกรั้นจ์ กันไหม

,ตอนนี้ มีการแต่งตัวสไตล์กรันจ์ (Grunge) กลับมาติดกระแสกันอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นบนรันเวย์เอง หรือสตรีทแฟชั่นก็ตามที ซึ่งผู้ที่นำการแต่งตัวสไตล์กรันจ์ก็หนีไม่พ้น นักร้องเกาหลี และตอนนี้ บ้านเรา ทั้งเซเลบและดาราสาวๆ ก็เริ่มแต่งสไตล์นี้กันมากขึ้น แต่ การแต่งตัวสไตล์กรันจ์ คืออะไร ,
,หากจะว่าไป การแต่งตัวสไตล์กรันจ์ หรือ Grunge Style น่าจะเป็นการแต่งตัวแบบดิบ ซึ่งผสมกันระหว่าง สไตล์พังค์ (Punk) และแคชชวลเอ้าท์ดอร์แวร์ (Casual Outdoorwear) ซึ่งจากข้อมูลบอกไว้ว่าคำว่ากรั้นจ์มาจากแนวเพลงกรันจ์ร็อค ในยุค 90’s โดยสไตล์กรันจ์มีเมนไอเท็ม คือ การใส่เสื้อลายสก๊อต ผ้าสักหลาด ยีนส์ฟอกสีเข้ม เช่น สีน้ำตาลแดง (Maroon) สีเขียวใบไม้ (forest green) สีคราม (indigo ) และสีน้ำตาล (brown) แต่ทีฮ็อตในหมู่สาวกกรันจ์ คือ สีขาว และ ดำ และแม้ว่าจะแต่งตัวแนวดิบ แต่ไม่ใช่ว่าดูสกปรก เพราะ กรันจ์เป็นแนวแฟชั่น Unisex ที่ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ก็สามารถแต่งได้ และตอนนี้มีแบรนด์ต่างๆ เริ่มผลิตไอเท็มสไตล์กรันจ์เยอะแยะ
,เซเลบในสไตล์กรันจ์ ก็เช่น คณิดา ศิริสรณ์ และ ชนินธิดา จันทรุเบกษา ซึ่งทั้งสองสาวต่างคอนเฟิร์มว่าการแต่งตัวแบบกรันจ์ ไม่ใช่เรื่องยากเลย และเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยกรันจ์ในตอนนี้สามารถเติมความเป็นโมเดิร์นเข้าไปได้ เช่น การ ใส่เดรสคู่กับแจ็กเก็ตหนัง ตามด้วยเครื่องประดับปักหมุด และแต้มผมด้วยสีแนวๆ หรือ การใส่เสื้อผ้าหลายๆ ชั้น เช่น 2-3 ชั้น เป็นต้นว่าใส่เสื้อสเว็ตเตอร์ ทับบนเสื้อยืด โดยปล่อยให้ชายรุ่ยออกมา
ก็เป็นกรันจ์ได้แล้ว

แบรนด์ไหนๆ ก็ใส่ดีเทล

,ลวดลายช่วยทำให้การแต่งตัวดูมีสีสันและดีเทลมากขึ้น อีกทั้งยังปลุกความน่าเบื่อหน่ายให้กลายมาเป็นความสนุกได้อีกด้วย .. ตอกย้ำความสนุกด้วยลวดลายดอก เริ่มต้นด้วยแบรนด์ดังระดับโลกที่ยังคงนิยมไม่เสื่อมคลายอย่างคริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior)
,แม้ว่าในตอนแรก ดิออร์ จะเน้นความเรียบง่าย ดูหรูหราไฮโซ ชุดเสื้อผ้าของคุณผู้หญิงจะเน้นความมีอิสระเสรี หรือแสดงออกถึงความเป็นหญิงสาวแบบสมบูรณ์ หรือ เฟมินีน (feminine) นั่นคือเน้นความพลิ้วไหว บางเบา เพิ่มด้วยเทคนิคและลูกเล่นต่างๆ แต่มาถึงคอลเลคชั่นของปี 2013 นี้ มีความโดดเด่นอยู่ที่การตัดเย็บแบบเทเลอร์ เช่น กระโปรงทรงเอลายดอกไม้ หรือ A Line และกระโปรงทรงเอช หรือ H Line ซึ่งเด่นเข้าไปอีกด้วยการอัดพลีท เพิ่มดีเทลด้วยงานปัก หรือจะเป็นมินิเดรส
,ในฝั่งแบรนด์ไทย ของคุณเอก ทองประเสริฐ คอลเลคชั่นในปีนี้ ใช้ชื่อว่า Mother Knows best โดยมีลวดลายอุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน ทั้งเตารีด หม้อ กระทะ ช้อน ส้อม ไปจนถึงโรลม้วนผม ดูเหมือนจะแหวกแนวไร้คำบรรยาย แต่ผลที่ได้คือ ผู้หญิงในแบบมิลเลนเนี่ยม นั่นคือเป็นแม่บ้านทันสมัย สุดเดิร์น เธอมีแต่ความมั่นใจ นอกจากนี้ ยังมีการพิมพ์ลวดลายดอกไม้บนผ้าสีเขียว ตัดกันอย่างงดงามอีกด้วย
,สำหรับแบรนด์ไทยอย่าง ISSUE ก็ออกคอลเลคชั่น Summer Sweet สำหรับSPRING / SUMMER 2013 ก็นำลวดลายขนมหวานพิมพ์บนแจคแก็ต หลากสีสัน เอาอกเอาใจเหล่าแฟชั่นตัวแม่กันสุดๆ
,แบรนด์ปิดท้ายอย่าง senada ก็ใช่จะยอมน้อยหน้า ที่ดีไซเนอร์อย่างคุณชนิตา ได้ออกแบบเสื้อยุค 60s ผสานเข้ากับการใช้การทาบมาทำให้เสื้อผ้ามีดีเทลขึ้น และเทคนิคอื่นๆ เช่น การตัดต่อผ้าพิมพ์ การจีบรูด การจับระบาย และยังใช้ลวดลายทรงเรขาคณิต สีที่ใช้หลักคือ ขาว ดำ พาสเทล สีเชอร์เบท จึงรับรู้ได้ถึงความสดใส

Olivia Palermo “ แต่งตัวแบบมีตัวตน”

ชั่วโมงนี้ หากไม่เอ่ยถึงเซเลบหรือสาวสังคมที่ชื่อ Olivia Palermo คงไม่ได้แล้ว .. โอลิเวีย เธอโด่งดังในฐานะพิธีกรรายการเรียลริตี้โชว์ The City และยังเป็นพีอาร์ประจำแบรนด์ดัง นี่เอง เธอจึงแต่งกายได้เริ่ดหรู สมกับอยู่ในวงการจริงๆ เธอมักแต่งออกมาในลุค โก้หรูหรา ด้วยแจ๊กเก็ตสูทคัตติ้งคม สีเรียบ แมตช์กับกระเป๋า หรือรองเท้าแบรนด์เนม ไม่เพียงแค่นั้น เครื่องประดับ การแต่งหน้า ทำผม ก็มาเต็ม ครบแบบมืออาชีพ
,แม้เสื้อผ้าลุคหรูหราของเธอที่เธอใส่ แต่เชื่อไหมว่า ดูไม่น่าเบื่อเลย เธอสามารถออกแบบให้ออกมาได้หลายแนว ในบางวันกับสไตล์สตรีท ที่เธอนำไอเดียการจับเทกซ์เจอร์หลายๆ แบบมาใส่ไว้ในชุดเดียวกันได้อย่างกลมกลืน หรือในลุคสุดหรู ในวันที่ต้องเฉิดฉายบน red carpet ก็ไม่เคยไม่ได้รับการพูดถึงว่า สุดจะคลาสซี่ กูรูในวงการล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สาเหตุที่เธอแต่งตัวในลุคหรูแล้วออกมาไม่ดูน่าเบื่อ ก็เพราะ โอลิเวียเข้าและรู้จักมิกซ์แอนด์แมตช์นั้นเอง จึงไม่แปลกใจว่าบรรดาเซเลบคนอื่นๆ จึงชื่นชมเธอในฐานะที่แต่งตัวได้ดี เป็นสาวหวานที่ซ่อนความเปรี้ยวไว้อย่างลงตัว ที่สำคัญไม่เคยโป๊และไม่จำเป็นต้องโป๊เลยด้วยซ้ำไป
,อีกสิ่งหนึ่งที่กูรูยกย่องโอลิเวีย คือ Olivia Palermo เธอใช้เซนส์ในการแต่งตัว บวกกับตามเทรนด์ แต่เธอก็ไม่เคยเมินเฉยแฟชั่นในเวลาที่ผ่าน นั่นจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่ทำให้โอลิเวียใส่เสื้อผ้าแล้วดูสวย สง่าในเวลาเดียวกัน
สำหรับไอเดียในการแต่งตัวของโอลิเวีย ที่น่าทึ่งคือ เธอยอมรับว่าเธอแต่งตัวตามเทรนด์ แต่สำคัญกว่านั้น คือแต่งตัวตามตัวตนของตัวเอง นั่นหมายความถึง แต่งในแบบที่ตัวเองเป็น เช่น เธอจะคุมโทนด้วยสีน้ำตาล และสีแทน และใส่กับรองเท้าสีเหลือง หรือกับสีอื่นเช่น ดำและน้ำตาล จึงออกมาดูธรรมชาติ และไม่หนัก นอกจากนี้ เธอยังแต่งตัวตามกาละเทษะ เช่น ในวันต้องลัลล้า เช่น งานคอกเทลปาร์ตี้ เธอเลือกชุดสีดำตัวเล็ก แต่งแล้วสวยแบบง่ายๆ แต่เพิ่มความมีชีวิตชีวาด้วยเครื่องประดับวิ๊งค์ และถือกระเป๋าถือใบเล็กๆ ดูเข้ากันทั้งชุด
,นี่เอง ที่เซเลบไม่เห็นจะต้องเยอะ เป๊ะจนเว่อร์ แค่เป็นตัวเอง ก็เลอค่าได้

แฟชั่นพร้อมใส่ ไม่ไฉไล แต่เรียบหรู

แฟชั่นในสไตล์ใส่ง่าย หรือที่เรียกว่า Ready to Wear เป็นอีกกระแสที่บรรดาเหล่าคนดังในวงสังคมเลือกที่จะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสไตล์นี้ และสำหรับเสื้อผ้าสไตล์นี้ที่เหล่าเซเลบใส่ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้บรรดาแฟชั่นนิสต้า และคนรุ่นใหม่ทั่วๆ ไปบนท้องถนน ซึ่งที่มาของการได้รับความนิยมการแต่งตัวสไตล์นี้ ก็เพราะว่า มิกซ์แอนด์แมทช์กับการแต่งกายแทบจะทุกลุค อีกทั้งยัง adapt ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน หรือไลฟ์สไตล์ได้ง่าย จึงเกิดเป็นสีสัน และความสนุกสนานในการแต่งตัวได้มากขึ้นอีกเป็นไหนๆ
,และสำหรับอีกเหตุผลหนึ่งที่เหล่าเซเลบริตี้ ที่นิยมแต่งตัวด้วยเสื้อผ้แนว Ready to Wear นี้ ก็เพราะสามารถตอบโจทย์หนุ่มสาวรุ่นใหม่ ที่เน้นความรวดเร็ว และรักความทันสมัยไปพร้อมๆ กัน ออกมาเป็นลุคสุดเริ่ด ซึ่งไม่เพียงแต่แฟชั่นนิสต้าเท่านั้น ที่ตอบรับกระแสการแต่งตัวแนว Ready to Wear เช่น พลอย ชวพร เลาหพงศ์ชนะ , ต่าย-ชุติมา ทีปะนาถ, โอบอุ้ม-รสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา หรือบรรดาดาราพิธีกร เช่น พลอย หอวัง เป็นต้น
,และหากลองมองดูการแต่งตัวแนว Ready to Wear นี้ สีคลาสสิคอย่าง สีขาว สีดำ ก็แต่งให้ดูโดดเด่นได้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด หรือจะงานหรูหราฟู่ฟ่า หรืองานเบาๆ ไอเท็มสองสีคู่หูนี้ สามารถนำมารังสรรค์เป็นลุคต่างๆ ได้แบบไม่คาดคิดเสมอ ถือว่าเสื้อผ้าสีดำสไตล์ Ready to Wear ทั้งทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความหรู ดูดีมีรสนิยมอยู่
,ในด้านของการนำเสื้อผ้า BLACK & WHITE มาประกอบกันเป็นแฟชั่นหนึ่งเซ็ตภายใต้ธีม Ready to Wear นั้น ก็มีทั้งที่เป็นแบรนด์โอต์กูตูร์ หรือเสื้อผ้าแนวสตรีทแบรนด์ ก็ได้ และทั้งหมดนี้ ราคาของเสื้อผ้าแนวนี้จะมีราคาไม่สูงมาก หากเทียบกับธีมอื่นๆ

น้อยๆ หน่อย

,มินิมอล (Minimal) เป็นการแต่งตัวที่เน้นความเรียบ ไม่เน้นดีเทลของเสื้อผ้า แต่ใส่แล้วให้อารมณ์หรูหรา ส่วนคนที่ชอบการแต่งตัวสไตล์มินิมอล เรียกว่า minimalism สามารถหยิบมาใส่ได้หลายโอกาส ซึ่งอันที่จริงแการแต่งตัวสไตล์มินิมอลเป็นการลดรายละเอียด หรือดีเทลของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายลง รวมถึงสีสันด้วย แต่ไม่ลดความพิถีพิถัน และประณีต นั่นหมายถึงจะยิ่งเป็นการดึงเอาความสวยงามของ เผยให้เห็นความสวยงามของผ้าตามธรรมชาติ นั่นเอง
,การแต่งตัวสไตล์มินิมอลนั้น ทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ใช้เครื่องประดับน้อยชิ้นที่สุด เพื่อเป็นการดึงความปราณีตการตัดเย็บ และความโดดเด่นของเนื้อผ้าอย่างที่กล่าวไว้แล้ว เมื่อแต่งแล้วจะให้ความรู้เบา สบายตา เช่น อาจใส่เดรสสีขาวทั้งชุด ถือเข้ากับกระเป๋าหรือรองเท้าในโทนสีนู้ด หรืออาจแต่งชุดที่เน้นสีขาว กับดำ หรืออาจใส่ชุดสีสันสดใสก็ได้ คำว่าสไตล์มินิมอล ไม่ได้หมายความว่าสีไม่ได้ แต่เน้นแค่เพียงว่าสิ่งที่เลือกต้องคุมให้อยู่ในคอนเซปต์สไตล์มินิมอล และอย่าหาอะไรมาประดับมากมายเกินคำว่าสไตล์มินิมอล
,แบรนด์ต่างๆ ก็สอดประสานออกไอเท็มสไตล์มินิมอลเก๋ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ ELLE สำหรับคอลเลคชั่น 2013 Autumn/Winter หรือแบรนด์แนวสปอร์ตแวร์อย่าง Adidasกับคอลเลคชั่น Bedwin & The Heartbreakers เน้นความเรียบเท่ใน สไตล์มินิมอล
,แบรนด์น้องใหม่ก็ไม่ยอกตกขบวนกับ BLACKBARRETT (แบล็กแบร์เร็ท) เสื้อผ้าผู้ชายแนวคอนเทมโพรารี่ของอังกฤษ แบรนด์นี้คัดวัตถุดิบชั้นเลิศ พร้อมด้วยการตัดเย็บประณีตพิถีพิถัน สมกับสไตล์มินิมอล แบรนด์นี้ในคอลเลคชั่นนี้ เน้นมินิมอลที่เท่ห์และเรียบง่าย เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ไม่ต้องการความเยอะ

เสื้อ CROP อวดพุงเนียน

แม้ว่าเสื้อ CROP หรือเสื้อเอวเต่อชวนอวดพุงในหมู่แฟชั่นนิสต้าที่มาได้พักหนึ่งแล้วนั้น ตอนนี้ ก็ยังคงอินต่อเนื่อง และยิ่งไปกว่านั้น เสื้อเอวเต่อชวนอวดความขาวเนียนของบริเวณพุงนี้ ก็ไม่ได้สร้างความสะดุ้งสะเทือนให้กับสาวๆ ยามรับลมหนาวเสียเลย แต่กลับใส่อวดกันด้วยซ้ำ
,เซเลบริตี้ อย่าง เจสซี เจย์ และ เอมมา วัตสัน ก็ล้วนใส่เสื้อเอวลอยโชว์พุง ในงาน ที่รอยัล โอเปรา เฮ้าส์ ในกรุงลอนดอน เจสซีเติมความเก๋ด้วยกระโปรงหางปลา กรุยกรายสีดำมันขลับของ Persy Yaniv ฝั่งเอมมา ก็เช่นกัน เธอสวมบู้บทู้บ คู่กับกางเกงสแล็คทรงหลวมสีดำของแบรนด์ Balenciaga,
,เซเลบอีกคนที่ใส่เสื่อเอวลอยออกงาน LA Film Festival ก็คือ รูนนี มารา กับเกาะอกที่เล่นระบายเหนือเอว สีดำเข้าคู่กับกระโปรงสีดำเหนือเข่า และระบายช่วงปลายเข้าชุดกัน ,
,ส่วนเซเลบอีกคนชื่นชอบแฟชั่นโชว์หน้าท้อง คือ ลูกสาวของฟิล คอลลินส์ หรือ ลิลลี คอลลินส์ เธอใส่ชุดขาว-ดำของ Paper London หรือ กระโปรงหนังของ Celine และ ชุดลายออริกามิของ Roland Mouret
,ปิดท้ายกันด้วย นางเอกสาวรางวัลออสการ์ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เธอเลือกสวมเสื้อเอวเต่อแขนกุดสีชมพูพาสเทล สดใสสมวัย คู่กับกางเกงขากว้างสีดำ เพิ่มความเก๋ด้วยแถบเข้าชุด แบรนด์ Christian Dior
,ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงแฟชั่น สิ่งที่เซเลบฝากไว้ยามคิดจะโชว์พุงก็คือ ต้องเลือกเสื้อเอวเต่อที่มีลวดลาย หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องมีแพทเทิร์น ไม่อย่างนั้น จะดูพื้นเกินไป เช่น บู้บทู้บ Balenciaga และจะใส่เสื้อเอวเต่อกับท่อนล่างแบบไหนก็ได้ แต่ย้ำว่า ห้ามใส่เสื้อเอวเต่อ โชว์พุงกับกางเกงยีนส์ซูเปอร์โลว์ เด็ดขาด