แบรนด์ไหนๆ ก็ใส่ดีเทล

,ลวดลายช่วยทำให้การแต่งตัวดูมีสีสันและดีเทลมากขึ้น อีกทั้งยังปลุกความน่าเบื่อหน่ายให้กลายมาเป็นความสนุกได้อีกด้วย .. ตอกย้ำความสนุกด้วยลวดลายดอก เริ่มต้นด้วยแบรนด์ดังระดับโลกที่ยังคงนิยมไม่เสื่อมคลายอย่างคริสเตียน ดิออร์ (Christian Dior)
,แม้ว่าในตอนแรก ดิออร์ จะเน้นความเรียบง่าย ดูหรูหราไฮโซ ชุดเสื้อผ้าของคุณผู้หญิงจะเน้นความมีอิสระเสรี หรือแสดงออกถึงความเป็นหญิงสาวแบบสมบูรณ์ หรือ เฟมินีน (feminine) นั่นคือเน้นความพลิ้วไหว บางเบา เพิ่มด้วยเทคนิคและลูกเล่นต่างๆ แต่มาถึงคอลเลคชั่นของปี 2013 นี้ มีความโดดเด่นอยู่ที่การตัดเย็บแบบเทเลอร์ เช่น กระโปรงทรงเอลายดอกไม้ หรือ A Line และกระโปรงทรงเอช หรือ H Line ซึ่งเด่นเข้าไปอีกด้วยการอัดพลีท เพิ่มดีเทลด้วยงานปัก หรือจะเป็นมินิเดรส
,ในฝั่งแบรนด์ไทย ของคุณเอก ทองประเสริฐ คอลเลคชั่นในปีนี้ ใช้ชื่อว่า Mother Knows best โดยมีลวดลายอุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน ทั้งเตารีด หม้อ กระทะ ช้อน ส้อม ไปจนถึงโรลม้วนผม ดูเหมือนจะแหวกแนวไร้คำบรรยาย แต่ผลที่ได้คือ ผู้หญิงในแบบมิลเลนเนี่ยม นั่นคือเป็นแม่บ้านทันสมัย สุดเดิร์น เธอมีแต่ความมั่นใจ นอกจากนี้ ยังมีการพิมพ์ลวดลายดอกไม้บนผ้าสีเขียว ตัดกันอย่างงดงามอีกด้วย
,สำหรับแบรนด์ไทยอย่าง ISSUE ก็ออกคอลเลคชั่น Summer Sweet สำหรับSPRING / SUMMER 2013 ก็นำลวดลายขนมหวานพิมพ์บนแจคแก็ต หลากสีสัน เอาอกเอาใจเหล่าแฟชั่นตัวแม่กันสุดๆ
,แบรนด์ปิดท้ายอย่าง senada ก็ใช่จะยอมน้อยหน้า ที่ดีไซเนอร์อย่างคุณชนิตา ได้ออกแบบเสื้อยุค 60s ผสานเข้ากับการใช้การทาบมาทำให้เสื้อผ้ามีดีเทลขึ้น และเทคนิคอื่นๆ เช่น การตัดต่อผ้าพิมพ์ การจีบรูด การจับระบาย และยังใช้ลวดลายทรงเรขาคณิต สีที่ใช้หลักคือ ขาว ดำ พาสเทล สีเชอร์เบท จึงรับรู้ได้ถึงความสดใส

Olivia Palermo “ แต่งตัวแบบมีตัวตน”

ชั่วโมงนี้ หากไม่เอ่ยถึงเซเลบหรือสาวสังคมที่ชื่อ Olivia Palermo คงไม่ได้แล้ว .. โอลิเวีย เธอโด่งดังในฐานะพิธีกรรายการเรียลริตี้โชว์ The City และยังเป็นพีอาร์ประจำแบรนด์ดัง นี่เอง เธอจึงแต่งกายได้เริ่ดหรู สมกับอยู่ในวงการจริงๆ เธอมักแต่งออกมาในลุค โก้หรูหรา ด้วยแจ๊กเก็ตสูทคัตติ้งคม สีเรียบ แมตช์กับกระเป๋า หรือรองเท้าแบรนด์เนม ไม่เพียงแค่นั้น เครื่องประดับ การแต่งหน้า ทำผม ก็มาเต็ม ครบแบบมืออาชีพ
,แม้เสื้อผ้าลุคหรูหราของเธอที่เธอใส่ แต่เชื่อไหมว่า ดูไม่น่าเบื่อเลย เธอสามารถออกแบบให้ออกมาได้หลายแนว ในบางวันกับสไตล์สตรีท ที่เธอนำไอเดียการจับเทกซ์เจอร์หลายๆ แบบมาใส่ไว้ในชุดเดียวกันได้อย่างกลมกลืน หรือในลุคสุดหรู ในวันที่ต้องเฉิดฉายบน red carpet ก็ไม่เคยไม่ได้รับการพูดถึงว่า สุดจะคลาสซี่ กูรูในวงการล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สาเหตุที่เธอแต่งตัวในลุคหรูแล้วออกมาไม่ดูน่าเบื่อ ก็เพราะ โอลิเวียเข้าและรู้จักมิกซ์แอนด์แมตช์นั้นเอง จึงไม่แปลกใจว่าบรรดาเซเลบคนอื่นๆ จึงชื่นชมเธอในฐานะที่แต่งตัวได้ดี เป็นสาวหวานที่ซ่อนความเปรี้ยวไว้อย่างลงตัว ที่สำคัญไม่เคยโป๊และไม่จำเป็นต้องโป๊เลยด้วยซ้ำไป
,อีกสิ่งหนึ่งที่กูรูยกย่องโอลิเวีย คือ Olivia Palermo เธอใช้เซนส์ในการแต่งตัว บวกกับตามเทรนด์ แต่เธอก็ไม่เคยเมินเฉยแฟชั่นในเวลาที่ผ่าน นั่นจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่ทำให้โอลิเวียใส่เสื้อผ้าแล้วดูสวย สง่าในเวลาเดียวกัน
สำหรับไอเดียในการแต่งตัวของโอลิเวีย ที่น่าทึ่งคือ เธอยอมรับว่าเธอแต่งตัวตามเทรนด์ แต่สำคัญกว่านั้น คือแต่งตัวตามตัวตนของตัวเอง นั่นหมายความถึง แต่งในแบบที่ตัวเองเป็น เช่น เธอจะคุมโทนด้วยสีน้ำตาล และสีแทน และใส่กับรองเท้าสีเหลือง หรือกับสีอื่นเช่น ดำและน้ำตาล จึงออกมาดูธรรมชาติ และไม่หนัก นอกจากนี้ เธอยังแต่งตัวตามกาละเทษะ เช่น ในวันต้องลัลล้า เช่น งานคอกเทลปาร์ตี้ เธอเลือกชุดสีดำตัวเล็ก แต่งแล้วสวยแบบง่ายๆ แต่เพิ่มความมีชีวิตชีวาด้วยเครื่องประดับวิ๊งค์ และถือกระเป๋าถือใบเล็กๆ ดูเข้ากันทั้งชุด
,นี่เอง ที่เซเลบไม่เห็นจะต้องเยอะ เป๊ะจนเว่อร์ แค่เป็นตัวเอง ก็เลอค่าได้

แฟชั่นพร้อมใส่ ไม่ไฉไล แต่เรียบหรู

แฟชั่นในสไตล์ใส่ง่าย หรือที่เรียกว่า Ready to Wear เป็นอีกกระแสที่บรรดาเหล่าคนดังในวงสังคมเลือกที่จะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสไตล์นี้ และสำหรับเสื้อผ้าสไตล์นี้ที่เหล่าเซเลบใส่ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้บรรดาแฟชั่นนิสต้า และคนรุ่นใหม่ทั่วๆ ไปบนท้องถนน ซึ่งที่มาของการได้รับความนิยมการแต่งตัวสไตล์นี้ ก็เพราะว่า มิกซ์แอนด์แมทช์กับการแต่งกายแทบจะทุกลุค อีกทั้งยัง adapt ให้เข้ากับชีวิตประจำวัน หรือไลฟ์สไตล์ได้ง่าย จึงเกิดเป็นสีสัน และความสนุกสนานในการแต่งตัวได้มากขึ้นอีกเป็นไหนๆ
,และสำหรับอีกเหตุผลหนึ่งที่เหล่าเซเลบริตี้ ที่นิยมแต่งตัวด้วยเสื้อผ้แนว Ready to Wear นี้ ก็เพราะสามารถตอบโจทย์หนุ่มสาวรุ่นใหม่ ที่เน้นความรวดเร็ว และรักความทันสมัยไปพร้อมๆ กัน ออกมาเป็นลุคสุดเริ่ด ซึ่งไม่เพียงแต่แฟชั่นนิสต้าเท่านั้น ที่ตอบรับกระแสการแต่งตัวแนว Ready to Wear เช่น พลอย ชวพร เลาหพงศ์ชนะ , ต่าย-ชุติมา ทีปะนาถ, โอบอุ้ม-รสรินทร์ ชุมสาย ณ อยุธยา หรือบรรดาดาราพิธีกร เช่น พลอย หอวัง เป็นต้น
,และหากลองมองดูการแต่งตัวแนว Ready to Wear นี้ สีคลาสสิคอย่าง สีขาว สีดำ ก็แต่งให้ดูโดดเด่นได้ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด หรือจะงานหรูหราฟู่ฟ่า หรืองานเบาๆ ไอเท็มสองสีคู่หูนี้ สามารถนำมารังสรรค์เป็นลุคต่างๆ ได้แบบไม่คาดคิดเสมอ ถือว่าเสื้อผ้าสีดำสไตล์ Ready to Wear ทั้งทำให้ชีวิตง่ายขึ้น แต่ก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความหรู ดูดีมีรสนิยมอยู่
,ในด้านของการนำเสื้อผ้า BLACK & WHITE มาประกอบกันเป็นแฟชั่นหนึ่งเซ็ตภายใต้ธีม Ready to Wear นั้น ก็มีทั้งที่เป็นแบรนด์โอต์กูตูร์ หรือเสื้อผ้าแนวสตรีทแบรนด์ ก็ได้ และทั้งหมดนี้ ราคาของเสื้อผ้าแนวนี้จะมีราคาไม่สูงมาก หากเทียบกับธีมอื่นๆ

น้อยๆ หน่อย

,มินิมอล (Minimal) เป็นการแต่งตัวที่เน้นความเรียบ ไม่เน้นดีเทลของเสื้อผ้า แต่ใส่แล้วให้อารมณ์หรูหรา ส่วนคนที่ชอบการแต่งตัวสไตล์มินิมอล เรียกว่า minimalism สามารถหยิบมาใส่ได้หลายโอกาส ซึ่งอันที่จริงแการแต่งตัวสไตล์มินิมอลเป็นการลดรายละเอียด หรือดีเทลของเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายลง รวมถึงสีสันด้วย แต่ไม่ลดความพิถีพิถัน และประณีต นั่นหมายถึงจะยิ่งเป็นการดึงเอาความสวยงามของ เผยให้เห็นความสวยงามของผ้าตามธรรมชาติ นั่นเอง
,การแต่งตัวสไตล์มินิมอลนั้น ทำได้ไม่ยาก เพียงแต่ใช้เครื่องประดับน้อยชิ้นที่สุด เพื่อเป็นการดึงความปราณีตการตัดเย็บ และความโดดเด่นของเนื้อผ้าอย่างที่กล่าวไว้แล้ว เมื่อแต่งแล้วจะให้ความรู้เบา สบายตา เช่น อาจใส่เดรสสีขาวทั้งชุด ถือเข้ากับกระเป๋าหรือรองเท้าในโทนสีนู้ด หรืออาจแต่งชุดที่เน้นสีขาว กับดำ หรืออาจใส่ชุดสีสันสดใสก็ได้ คำว่าสไตล์มินิมอล ไม่ได้หมายความว่าสีไม่ได้ แต่เน้นแค่เพียงว่าสิ่งที่เลือกต้องคุมให้อยู่ในคอนเซปต์สไตล์มินิมอล และอย่าหาอะไรมาประดับมากมายเกินคำว่าสไตล์มินิมอล
,แบรนด์ต่างๆ ก็สอดประสานออกไอเท็มสไตล์มินิมอลเก๋ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ ELLE สำหรับคอลเลคชั่น 2013 Autumn/Winter หรือแบรนด์แนวสปอร์ตแวร์อย่าง Adidasกับคอลเลคชั่น Bedwin & The Heartbreakers เน้นความเรียบเท่ใน สไตล์มินิมอล
,แบรนด์น้องใหม่ก็ไม่ยอกตกขบวนกับ BLACKBARRETT (แบล็กแบร์เร็ท) เสื้อผ้าผู้ชายแนวคอนเทมโพรารี่ของอังกฤษ แบรนด์นี้คัดวัตถุดิบชั้นเลิศ พร้อมด้วยการตัดเย็บประณีตพิถีพิถัน สมกับสไตล์มินิมอล แบรนด์นี้ในคอลเลคชั่นนี้ เน้นมินิมอลที่เท่ห์และเรียบง่าย เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ไม่ต้องการความเยอะ

เสื้อ CROP อวดพุงเนียน

แม้ว่าเสื้อ CROP หรือเสื้อเอวเต่อชวนอวดพุงในหมู่แฟชั่นนิสต้าที่มาได้พักหนึ่งแล้วนั้น ตอนนี้ ก็ยังคงอินต่อเนื่อง และยิ่งไปกว่านั้น เสื้อเอวเต่อชวนอวดความขาวเนียนของบริเวณพุงนี้ ก็ไม่ได้สร้างความสะดุ้งสะเทือนให้กับสาวๆ ยามรับลมหนาวเสียเลย แต่กลับใส่อวดกันด้วยซ้ำ
,เซเลบริตี้ อย่าง เจสซี เจย์ และ เอมมา วัตสัน ก็ล้วนใส่เสื้อเอวลอยโชว์พุง ในงาน ที่รอยัล โอเปรา เฮ้าส์ ในกรุงลอนดอน เจสซีเติมความเก๋ด้วยกระโปรงหางปลา กรุยกรายสีดำมันขลับของ Persy Yaniv ฝั่งเอมมา ก็เช่นกัน เธอสวมบู้บทู้บ คู่กับกางเกงสแล็คทรงหลวมสีดำของแบรนด์ Balenciaga,
,เซเลบอีกคนที่ใส่เสื่อเอวลอยออกงาน LA Film Festival ก็คือ รูนนี มารา กับเกาะอกที่เล่นระบายเหนือเอว สีดำเข้าคู่กับกระโปรงสีดำเหนือเข่า และระบายช่วงปลายเข้าชุดกัน ,
,ส่วนเซเลบอีกคนชื่นชอบแฟชั่นโชว์หน้าท้อง คือ ลูกสาวของฟิล คอลลินส์ หรือ ลิลลี คอลลินส์ เธอใส่ชุดขาว-ดำของ Paper London หรือ กระโปรงหนังของ Celine และ ชุดลายออริกามิของ Roland Mouret
,ปิดท้ายกันด้วย นางเอกสาวรางวัลออสการ์ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เธอเลือกสวมเสื้อเอวเต่อแขนกุดสีชมพูพาสเทล สดใสสมวัย คู่กับกางเกงขากว้างสีดำ เพิ่มความเก๋ด้วยแถบเข้าชุด แบรนด์ Christian Dior
,ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงแฟชั่น สิ่งที่เซเลบฝากไว้ยามคิดจะโชว์พุงก็คือ ต้องเลือกเสื้อเอวเต่อที่มีลวดลาย หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องมีแพทเทิร์น ไม่อย่างนั้น จะดูพื้นเกินไป เช่น บู้บทู้บ Balenciaga และจะใส่เสื้อเอวเต่อกับท่อนล่างแบบไหนก็ได้ แต่ย้ำว่า ห้ามใส่เสื้อเอวเต่อ โชว์พุงกับกางเกงยีนส์ซูเปอร์โลว์ เด็ดขาด

ละไมไปกับแบรนด์ Tory Burch

สำหรับคนทั่วๆ ไปอย่างเราๆ แบรนด์ Tory Burch อาจไม่เคยคุ้นหู ไม่ค่อยรู้จักนัก แต่สำหรับไฮโซทั่วฟ้าเมืองไทยให้การต้อนรับแบรนด์ Tory Burch กันอย่างเนืองแน่น ในวันเปิดตัวในประเทศไทย ซึ่งเซเลบริตี้คนดังบ้านเรา ที่แห่แหนไปซื้อสินค้าแบรนด์ Tory Burch เช่น สิริน-เลิศวรปรีชา ประพิณ รุจิรวงศ์ ยุวดี พิจารณ์จิตร จิตรดี พลูวรลักษณ์ สุวดี พึ่งบุญพระ สมบัษร ถิระสาโรช กฤตยา เลาหะพงศ์ชนะ เป็นต้น
,สำหรับแบรนด์ Tory Burch เป็นแบรนด์ดังจากมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา มีตั้งแต่เสื้อผ้า เครื่องประดับ ต่างหู กระเป๋า ผ้าพันคอ รองเท้า ฯ
,และทุกๆ ช่วงท้ายปี ทุกแบรนด์ต่างออกไอเท็มส่งท้ายปี Tory Burch ก็เช่นกัน ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มสีสันให้กับสาวๆ รับลมหนาวในช่วงท้ายปี 2013 กับคอลเลกชันที่เน้นความโก้หรู ฝนไปด้วยความหวานโรแมนติก ในธีม Holiday’13 ได้แก่เสื้อผ้าโทนสีดำ และสีแชมเปญ มาพร้อมทั้งเครื่องประดับ กระเป๋า และรองเท้าที่ตกแต่งด้วยคริสตัลแวววาว รวมทั้งผ้าพันคอสีสด กระเป๋าสีเขียวได้ใจ ทั้งหมดทำให้ลุคที่ออกมาดูโดดเด่นเกินใคร ไม่ใช่หญิงจ๋าพับเพียบเรียบร้อย และเป็นหญิงที่มีความกระฉับกระเฉงและความทะมัดทะแมง ทิ้งไว้นกับความหวานในชุดเดียวกัน
,เสื้อผ้าธีม Holiday’13 ของTory Burch นี้ ใส่ได้ทั้งลุคกลางวัน และออกงานราตรียามค่ำคืน
,แม้จะเป็นแบรนด์น้องนุชสุดท้องในบ้านเรา แต่บรรดาไฮโซทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ คอนเฟร์มและต่างการันตีถึงคุณภาพและดีไซน์ของสินค้า ไม่ว่าจะ กระเป๋า เสื้อผ้า เครื่องประดับของแบรนด์ Tory Burch ว่าไฮเอนด์เน้นคุณภาพความสวยงาม

เซเลบนอก ยุคเทคโน

เมื่อพูดถึงเหล่าเซเลบต่างประเทศ ไม่ว่าจะจากฝั่งอังกฤษ หรืออเมริกา ส่วนใหญ่พวกเขาเป็นดารา นางแบบ หรือคนในแวดวงสังคมที่ได้รับการกล่าวขาน หรือได้รับการจับตามอง และพวกเขาเหล่านั้น ยังมีความโดดเด่นทั้งหน้าที่การงาน รูปร่างหน้าตา และสไตล์การแต่งตัว ซึ่งไม่ได้แต่งตามๆ กัน แต่แต่ละคนต่างก็มีแนวเป็นของตัวเองด้วย ซึ่งจะเป็นใครบ้างนั้น ลองมาดูกันเสียหน่อย
,สาวฟูธรรมชาติอย่าง Alexa Chung .. ไปไหนมาไหน สิ่งที่จำได้ว่าคือ อเล็กซ่า คือ ผมยุ่งๆ แบบธรรมชาติ แต่ทว่า กลับสวยเซ็กซี่ และเมื่อแต่งตัวแบบมิกซ์แอนด์แมตช์ตามแบบฉบับของเธอเองแล้ว กลับรวมเข้ากันได้อย่างลงตัว และมีรสนิยม จึงไม่ต้องตกใจว่าหากเธอไปไหน จะมีบรรดาตากล้องแอบแชะรูปไม่เว้นแต่ละวัน
,สองสาวฝาแฝดไอคอน อย่าง Pixie & Peaches Geldof.. สองแฝดสาวจากตระกูลเกลดอฟ ฟากฝั่งอเมริกา เธอนับได้ว่าเป็นศิลปินมาจากสายเลือดก็ว่าได้ เพราะพ่อเธอ บ็อบ เกลดอฟ เป็นนักดนตรี ส่วนสไตล์การแต่งตัวของเธอ ขอบอกไว้เลยว่า แรงจัดและสองศรีพี่น้องนี้ มีหน้าตาสวยแบบเก๋ไก๋ จึงแต่งตัวได้เด่นแบบสุดๆ แฝดผู้ที่อย่างพิกซี่ (Pixie) ออกแนวพังก์ร็อก ดิบเล็กๆ ส่วนน้องสาวจะออกแนวสาวหวานวินเทจสไตล์
,Kristen Stewart การแต่งตัวของเธอมาในมาดเปรี้ยวเท่เก๋ ด้วยการจับคู่ชุดมินิเดรสพิมพ์ลาย เข้ากับรองเท้าผ้าใบสุดแนว แล้วทับด้วยแจคเก็ตหนัง หรือจะเป็นกระโปรงแต่งด้วยแผ่นโลหะ เท่แบบผู้หญิง
,ยังมีเซเลบในเมืองนอกอีกเพียบ ติดตามได้ครั้งต่อไปค่ะ

แต่งยังไงเรียกกรันจ์ (Grunge)

เมื่อไม่นานมานี้ กระแสแฟชั่นกรันจ์ เข้ามาในบ้านเรา อันที่จริงกันแต่งตัวแบบกรันจ์แรกเริ่มเดิมที แต่งตัวแบบดิบ ๆ ผสมกันระหว่าง สไตล์พังค์ (Punk) และแคชชวลเอ้าท์ดอร์แวร์ (Casual Outdoorwear) แต่ว่าเมื่อยุคสมัยผ่านไป กรันจ์ได้ปรับให้มีหน้าตาโมเดิร์นขึ้น หรือที่หลายคนเรียกว่าเป็นกรันจ์แนวสมัยใหม่ หรือ Neo-grunge ซึ่งก็ยังใช้สีน้ำตาล เขียว หรือสีตระกูลเอิร์ธโทน และกรันจ์จะใช้เทคนิคการเสื้อผ้าทับๆ ซ้อน ๆ อย่างต่ำ 2-3 ชั้น
,สำหรับสาวๆ ที่อยากกรันจ์บ้าง ก็ต้องมีไอเท็มหลักๆ คือ ลายสก๊อตค่ะ และอาจบวกเข้ากับกางเกงยีนส์ขาด หลวมๆ แนวย้วยๆ หน่อย หรือที่เรียกว่า Baggy clothes หรือจะเป็นชุดเอี๊ยมยีนส์ ก็แรงดีคะ แต่ก็ไม่ใชสกปรกรก รุงรังนะคะ เดี๋ยวกลายไปเป็นคนตัดอ้อย จะไม่ใช่กรันจ์ นอกจากเสื้อแนวขาดแล้ว สีก็สำคัญ สีของกรันจ์ ต้อง สีเข้ม อย่าง ขาว ดำ แดงและเขียวเข้ม นี่แหละ กรันจ์แท้และแน่นอน สีชมพู ฟ้า เขียว พับเก็บเข้ากรุคะ หากอยากจะกรันจ์
,เซเลบคนดังที่มองว่าการแต่งตัวแนวกรันจ์เป็นอะไรที่แหวกแนวและไร้ขอบเขต เพราะแต่งง่าย และมีอะไรให้เล่นเยอะ เพราะเป็นการประกอบกันของงร็อกและพังค์ คือ คณิดา ศิริสรณ์ นอกจากการแต่งตัวแล้ว เธอยังมักใส่ลูกเล่นด้วยเสื้อหนัง หรือ บู๊ทหนัง และทำสีผมให้เป็นสีอ่อนๆ เช่น ทอง หรือเขียว
,เซเลบสาวอีกคนหนึ่ง ที่ชอบกรันจ์คือ ชนินธิดา จันทรุเบกษา เพราะด้วยความที่ชอบแฟชั่นสไตล์พังค์เป็นทุนเดิม ดังนั้น กรันจ์ จึงไม่ยากและสนุกมากขึ้น เช่น ใส่เดรสกับแจ็กเก็ต และเติมเครื่องประดับปักหมุด อีกนิด ย้อมผมสีแปลกๆ อ่อนๆ อีกหน่อย ก็เรียบร้อยสไตล์กรันจ์แล้ว

รองเท้า (ส้นสูง) ของเหล่าเซเลบ

ปัจจุบันรองเท้าส้นสูงมีส่วนช่วยให้ผู้หญิงดู ปราดเปรียว เพรียว และสะโอดสะองมากขึ้น ดังนั้น ไม่ว่าจะสาวไฮโซ หรือสาวเดินดินทานข้าวแกง ก็ล้วนแต่เลือกซื้อรองเท้าส้นสูงมาใส่กันได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะสาวหวาน สาวเนิร์ด สาวซ่าส์ หรือแม้แต่สาวเปรี้ยว อย่างคุณณิชาบูล นาคาศัย หรือเบอร์ดี้ ผู้ที่คลั่งไคล้การซื้อรองเท้ามาก และหากบางแบรนด์ออกคอลเลคชั่นพิเศษ หรือผลิตแบบจำกัด จำนวนชิ้น แล้วล่ะก็ คุณเบอร์ดีไม่มีวันพลาด เพราะยังไงเสีย รองเท้าส้นสูงซื้อมาเก็บไว้ ยังไงก็ได้ใช้แน่นอน และผู้หญิงกับรองเท้า ก็แยกออกจากกันไม่ได้ เหมือนที่ผู้หญิงก็ต้องคู่กับสิ่งสวยงามนั่นแหละ คุณเบอร์ดี มักจะเลือกใส่รองเท้าส้นสูงแบบส้นเข็ม ด้วยเหตุผลในการพรางหุ่น เพราะ รองเท้าส้นสูงแบบส้นเข็มช่วยให้ดูขาเรียว หุ่นดี และส่งผลต่อจิจใจได้ นั่นคือ ช่วยเพิ่มความมั่นใจเวลาออกไปงานสังคมได้อย่างเต็มร้อย
,เซเลบรุ่นใหญ่ ที่ทุ่มเทให้กับการใส่รองเท้าส้นสูง คือคุณแหน นันทวัน แสงธรรมกิจกุล เธอใส่ทุกวัน โดยเน้นความชอบส่วนตัว และต้องใส่แล้วสบายเท้า ไม่หนาเทอะทะ สีที่ต้องมีติดตู้ได้แก่สีนู๊ดและสีดำ เพราะง่ายในการจับคู่เข้ากับเสื้อผ้า แต่สีอ่อนๆ ก็ต้องพิถีพิถันดูแลทำความสะอาด ปรานีตกันหน่อย
,และด้วยความที่ทั้งสองสาวเป็นไฮโซ แน่นอนว่าวันๆ หนึ่ง ก็ต้องยืนโชว์ตัว ออกงานกันนานๆ ดังนั้น การใส่รองเท้าส้นสูงก็ควรคำนึงถึงสุขภาพด้วย ดังนั้น รองเท้าส้นสูงของเซเลบ ก็ควรต้องมีแพลตฟอร์มที่ดี เพื่อคอยเซฟขา และเท้า ไม่ให้เกิดอาการตึง เกร็ง ได้ และเมื่อเดินหรือยืนนานๆ จะได้ไม่ทรมาน

Icon Celeb Style

เซเลบริตี้อีกคนที่อยู่ในวงการแฟชั่น นั่นคือ สไตล์ลิส คุณจอย – อนันดา ฉลาดเจริญ ที่คอนเฟริ์มว่า การแต่งตัวก็คือความคิดอันสร้างสรร ส่วนสไตล์ของคุณจอย – อนันดา เน้นที่การแต่งตัวให้ตัดกัน หมายถึง นำความต่างมาแต่งเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งแสดงออกถึงความคิดแบบอิสระของคนรุ่นใหม่ ,
,และด้วยความที่มีอาชีพ สไตล์ลิส จึงจำเป็นต้องอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ แบบตลอดเวลา แต่ในชีวิตการแต่งตัวจริงๆ หาได้เป็นเช่นนั้น คุณจอยไม่วิ่งตามแฟชั่นจ๋า แต่รักที่จะแต่งตัวสบายๆ เช่น เสื้อยืด และเน้นความแตกต่างมาแต่งรวมกัน เช่น เธอเลือกที่จะใส่เสื้อยืดสปอร์ตตี้ ใส่เข้าคู่กับกระโปรงวินเทจ แล้วใส่กับรองเท้าหนังมัน ซึ่งตัดกัน และอาจถือกระเป๋าเก่าๆ หรือเสื้อแจ๊คเก็ตใส่กับเสื้อคอเต่าค่ะ ที่ผ้าบางๆ ใส่กับกางเกงยีนส์ขาสั้น ทั้งหมดไม่น่าเข้ากันได้ แต่กลับกลายเป็นลงตัว
,เซเลบไอคอนในวงการ อีกคน คือคุณ แพร – อมตา จิตตะเสนีย์ เมคอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังที่มีมุมมองการแต่งตัวแบบไม่เหมือนใคร ก่อนอื่น หากใครไม่รู้จักเธอ ลองนึกดูว่ารู้จักเว็บ Pearypie ไหม นั่นแหละเธอ เธอคือผู้ก่อตั้งเว็บ Pearypie ด้วยความที่เป็นช่างแต่งหน้ามือฉมัง สีสันบนใบหน้าเธอจึงแรงไม่แพ้ใคร เช่น ทาปากสีม่วง
,เช่นเดียวกับเซเลบริตี้คนอื่น ๆ เช่นกัน ที่มองว่าการแต่งตัวคือการบ่งบอกอุปนิสัย และลักษณะเฉพาะตัว และเป็นการบ่งบอกอารมณ์แห่งความสนุนสนาน มีชีวิตชีวา และโดยส่วนตัวคุณแพร จะแต่างตัวง่ายๆ แนวสตรีทแวร์ และไม่เน้นเครื่องประดับ เช่น อาจจะใส่เดรสสั้น คู่กับรองเท้าผ้าใบ เพิ่มด้วยหมวกอีกนิดหน่อย หรือบางวันใส่เสื้อกล้าม กับเลกกิ้ง หรือเลือกที่จะหยิบคาร์ดิแกนใส่เวลาอากาศเย็นๆ
,สิ่งที่ทั้งสองคนเลือกมาสวมใส่ อาจมีสไตล์ไม่เหมือนกัน แต่แฟชั่นคือสีสันของหญิงสาว และจะแต่งให้ดีทั้งที ก็ต้องให้ความสำคัญกับคำว่า เหมาะกับตัวเองหรือเปล่า ต่างหาก นี่คือสิ่งที่ทั้งคู่ลงความเห็นว่าสำคัญกว่า